Tony Ray-Jones ผู้นำ Street Photography มาสู่อังกฤษ
Posted by Akkara - Dec 05, 2012 21:06
ขอเครดิตฟรีหน่อยครับสมัครปุ๊บรับปั๊บไม่ต้องฝากบทความชิ้นนี้จะมาแนะนำให้รู้จักช่างภาพสตรีทคนสำคัญที่ถือว่าเป็นอีกหนึ่งต้นแบบของการถ่ายภาพ Street Photography ในยุคปัจจุบันและโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศอังกฤษ ซึ่งตอนนี้จัดได้ว่าเป็นหนึ่งในศูนย์กลางสำคัญของวงการถ่ายภาพ Street Photography ไม่แพ้ในนิวยอร์ค หรือปารีส 
 
Tony Ray-Jones (โทนี่ เรย์ โจนส์) เกิดที่เวลส์เมื่อ 1941 เข้าศึกษาสาขา Graphic Design ที่ London School of Printing เมื่อปี 1960 และได้ทุนเพื่อศึกษาต่อในด้านการถ่ายภาพที่่ Yale University School of Art ในอเมริกา แม้จะอายุเพียง 19 ปี แต่ด้วยความโดดเด่นด้านการถ่ายภาพทำให้เขาได้รับว่าจ้างจากนิตยสาร Car and Driver และ Saturday Evening Post และด้วยความกระตือรือร้นที่อยากจะใช้ศิลปะการถ่ายภาพมาใช้สร้างสรรค์งานอื่นๆ Ray-Jones จึงไปเรียนและฝึกงานที่ Design Lab ใน New York ที่มีผู้ควบคุมโดย Alexey Brodovitch ช่างภาพชาวรัสเซีย และอาร์ตไดเรคเตอร์ ที่มีอารมณ์ร้ายและต้องการความสมบูรณ์แบบจากเขาเสมอๆ ที่นั่นเอง Ray-Jones ได้รู้จักกับสองช่างภาพสตรีทคนสำคัญนั่นคือ Joel Meyerowitz กับ Garry Winogrand และสองคนนี้นี่เองจะเป็นต้นแบบในงานสตรีทของเขาต่อไปข้างหน้า

\"\" \"\"
 
Ray-Jones ขายกล้อง Rolleicord ของเขาไปแล้วซื้อกล้องที่เบากว่าอย่าง Leica 35mm มาใช้แทน แล้วใช้เวลาในวันเสาร์ที่มักจะมีงานพาเหรดมาเป็นสถานที่ฝึกถ่ายภาพร่วมกับช่างภาพคนอื่น Joel Meyerowitz พูดถึงตอนนั้นว่า "พวกเราใช้งานพาเหรดเหล่านี้ เป็นเสมือนห้องทดลอง พวกเราเรียนรู้เรื่องการพรางตัวในฝูงคน เรียนรู้เรื่องลักษณะต่างๆของภาพสตรีท รวมถึงการเฝ้ารอและสังเกตุการณ์" และนี่เองทำให้ Ray- Jones ซึมซับศิลปะการถ่ายภาพสตรีทอย่างเต็มที่และเปลี่ยนแปลงเขาไปอย่างช้าๆ
 
ปี 1964 Ray-Jones จบการศึกษา และรับงานฟรีแลนซ์ถ่ายภาพให้กับนิตยสารต่างๆ ในเวลาว่างเขาก็จะพก Leica ออกไปถ่ายภาพสตรีทกับเพื่อนๆ จนกระทั่งวีซ่าหมดอายุ และต้องเดินทางกลับอังกฤษในปี 1965 ตอนที่เขามาถึงแรกๆนั้นเขารู้สึกงงอย่างมากที่ๆอังกฤษมีแต่การถ่ายภาพที่เป็นเพื่อการพาณิชย์เท่านั้น แตกต่างจากที่อเมริกาที่ศิลปะการถ่ายภาพต่างๆโดยเฉพาะ Street Photography กำลังเฟื่องฟู แต่ที่อังกฤษไม่ใช่อย่างนั้น ไม่มีช่างภาพคนไหนที่การถ่ายภาพสตรีทสไตล์อเมริกัน (เผชิญหน้า) เหมือนอย่างที่เขากับเพื่อนทำที่ New York (Ray-Jones คิดเอง) นั่นอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เขาไม่ได้ให้เครดิต หรือยกย่องช่างภาพอื่นๆในอังกฤษมากนักเนื่องจากที่นี่ขาดประสบการณ์สตรีทของ New York และนั่นทำให้เขามีความอหังการและหยิ่งยโสในฝีมือของตนเองพอสมควร เขามักพูดถึงช่างภาพคนอื่นๆในแง่ไม่ดีนัก ยกเว้นอยู่ไม่กี่คนที่ Ray-Jones ยกย่อง หนึ่งในนั้นคือ Henri Cartier-Bresson (HCB)

\"\" \"\"
 
ครั้งหนึ่ง Peter Turner ได้ส่งนิตยสารหัวใหม่ชื่อ Creative Camera ลงสู่ท้องตลาด Ray-Jones เห็นเข้าก็ไปเสนอตัวทำงานโดยใช้คำพูดง่ายๆที่ว่า "หนังสือคุณมันห่วย! ผมรู้ว่าคุณพยายามแล้ว...แต่ความรู้พวกคุณยังมีไม่พอ เอางี้ ผมมาที่นี่เพื่อช่วยคุณ"  แทนที่จะโดนโยนออกไปจากสนพ. Peter Turner ขอดูงานของเขา และตัดสินใจจ้าง Ray-Jones เป็นที่ปรึกษาของนิตยสาร 
 
เหมือนกับทุกคนที่ถ่ายภาพ Ray-Jones ก็มุขตันเหมือนกัน :p เพราะเขาเองก็ยังไม่รู้ว่าจะถ่ายอะไรที่อังกฤษ ที่นี่ต่างจาก New York ที่ตามท้องถนนมีเรื่องแปลกมากมายและผู้คนไม่กลัวการถ่ายภาพแบบเผชิญหน้าจนเกินไป ที่นี่เป็นสังคมที่แตกต่างออกไปเขาจึงต้องทำในแบบที่ตัวเองเป็น ระหว่างนั้นเองเขาก็ทำงานที่ Radio Times และหนังสือพิมพ์ Sunny ไปด้วย Ray-Jones ได้เริ่มลงมือถ่ายภาพการใช้ชีวิตในแบบของคนอังกฤษ ในหัวข้อ "before it became too Americanised" (ก่อนที่จะกลายเป็นอเมริกันไปมากกว่านี้) งานของเขามีลักษณะของ "Surreal Humour" (ตลกขบขันแบบเหนือจริง) และได้รับอธิพลมาจากช่างภาพสตรีทอย่าง Henri Cartier-Bresson, Garry Winogrand, Homer Sykes

\"\" \"\"
 
ในการถ่ายภาพสตรีทในที่ต่างๆของอังกฤษ เขาได้บันทึกขั้นตอนการทำงานเอาไว้ในสมุดเล่มเล็กๆของเขา ข้อความเหล่านี้ถือเป็นมรดกชิ้นสำคัญของเขาให้แก่ช่างภาพรุ่นหลัง อาจจัดว่าเป็นตำราเบื้องต้นของช่างภาพสตรีทเลยก็ว่าได้ 

\"\"
 
- คุกคามให้มากขึ้น 
- พูดคุยกับผู้คน (ที่ถูกถ่าย) ให้มากขึ้น
- มีความอดทน รอคอย
- ถ่ายให้ง่ายเข้าไว้
- ดูสิ่งต่างๆที่ฉากหลัง ที่อาจจะสัมพันธ์กับสิ่งที่กำลังจะถ่าย
- จัดองค์ประกอบให้หลากหลาย หักมุม (แบบคาดไม่ถึง)
- รับรู้ถึงองค์ประกอบที่กำลังเปลี่ยนไปให้มากขึ้น
- อย่าถ่ายรูปที่น่าเบื่อ
- เข้าใกล้ให้มากขึ้น (ใช้เลนส์ 50 หรือน้อยกว่า)
- ระวังภาพสั่น (ถ่ายที่ 1/250 หรือมากกว่า)
- อย่าถ่ายเยอะ
อย่าถ่ายแต่ระดับสายตา (ลองวางกล้องกับพื้น หรือชูเหนือหัวดูบ้าง)
- อย่าถ่ายระยะห่างแบบปานกลาง (ใกล้หรือไกลไปเลย)

\"\"
 
ปี 1971 เขากระตือรือร้นที่จะได้กลับไปที่ New York อีกครั้ง ครั้งนี้เขาไปสอนถ่ายภาพที่ San Francisco Art Institute แต่เขาพบว่าเขาไม่ชอบงานสอนเอาซะเลย เพราะนักเรียนของเขาขี้เกียจ เอาแต่ใจ เห็นแก่ตัว และเขาก็หมดไฟซะแล้ว ต่อมาเดือนกุมภาพันธ์ปี 1972 เขาพบว่าตัวเองป่วยเป็นโรคลูคีเมีย เขาและภรรยาย้ายกลับอังกฤษ และเสียชีวิตลงในเดือนต่อมา รวมอายุได้ 31 ปีเท่านั้น และหากเขามีอายุมากกว่านี้ เราอาจจะได้เห็น Henri Cartier-Bresson จากฝั่งอังกฤษก็เป็นได้
 
เหมือนกับช่างภาพที่เสียชีวิตลงหลายๆคนที่ จะได้รับการยกย่องเมื่อเสียชีวิตลง Tony Ray Jones ก็เป็นหนึ่งในนั้น ผลงานของเขาได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้นำ Street Photography มาสู่ประเทศอังกฤษ (ทั้งที่ตอนมีชีวิตมีงานนิทรรศการของเขาน้อยครั้งมาก) และได้พิมพ์หนังสือภาพถ่ายของเขาเอง (A Day Off: 1974) น่าเสียดายที่เขาไม่ได้มีโอกาสได้เห็น งานของเขาเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้แก่ช่างภาพอังกฤษหลายคน เช่น Matt Stuart, Martin Parr และช่างภาพสตรีทคนไทยอย่างตัวผู้เขียนเอง :D

© 2008 - 2026 Akkara Naktamna All right reserved.